ราคา เชฟโรเลต จาก วิริยะกรุ๊ป

กรกฎาคม 13, 2010 by · Leave a Comment
Filed under: ไม่มีหมวดหมู่ 

ขอขอบคุณทางคุณขวัญฝ่ายการตลาดเชฟโรเลตวิริยะกรุ๊ป ที่ส่งข้อมูลให้เพื่อนๆ เราที่กำลังจะซื้อรถเชฟโรเลต ได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ราคานี้เป็นราคาพิเศษ ถูกกว่าที่อื่นเยอะเลย ดาวน์น้อย ผ่อนนาน ท่านใดสนใจสามารถติดต่อ ChevroletViriyah เข้าไปที่ฝ่ายขายเพื่อดูข้อเสนอสุดพิเศษ รวมทั้งคำนวณการผ่อนรถด้วยตนเอง

ฉีกรูปแบบเดิมๆ ของกระบะสายพันธุ์อเมริกัน

กรกฎาคม 8, 2010 by · ปิดความเห็น บน ฉีกรูปแบบเดิมๆ ของกระบะสายพันธุ์อเมริกัน
Filed under: COLORADO 

ฉีกรูปแบบเดิมๆ ของกระบะสายพันธุ์อเมริกัน
CHEVROLET COLORADO 3.0 CTI MAXX

     หากพูดถึงกระบะสายพันธุ์อเมริกัน ชื่อที่คุ้นหูสำหรับคนไทยคงหนีไม่พ้น กระบะสายพันธุ์แกร่งอย่าง “CHEVROLET COLORADO” หรือที่พูดติดปากกันว่า “CHEVY TRUCK” รถกระบะที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และก้าวมาอีกระดับ หลังจากได้เปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี 2547 พร้อมกับกระแสตอบรับที่ดี ถึงวันนี้ หน้าตาที่เปลี่ยนไปของ COLORADO ถือว่าสร้างเสียงวิพากวิจารณ์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้พอสมควร

ทิ้งความดุดัน ก้าวสู่ภาพลักษณ์ใหม่

     หาก COLORADO ใหม่ ออกมาด้วยการคงความเป็นเอกลักษณ์ของ CHEVROLET ในแบบฉบับ “CHEVY TRUCK” ด้วยดีไซน์ด้านหน้าสไตล์เดิมๆ อย่าง “ไฟหน้าสองชั้น” นั้น แฟนๆ กระบะสายพันธุ์อเมริกันจะเบื่อหรือไม่? คำตอบที่ได้นั้นคงบอกว่า “ไม่เบื่อ!” แต่ผู้บริโภคอาจจะไม่ได้กับอะไรที่แปลกใหม่ ซึ่งการปรับรูปโฉมครั้งนี้ ก็ถือเป็นการสร้างเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อ CHEVY TRUCK ที่พกมาดแกร่งมาโดยตลอดอย่าง COLORADO ถอดความดุดันมาพกความโฉบเฉี่ยว ตั้งแต่มิติรถที่มีความ กว้าง x ยาว x สูง (มม.) ที่ 1,798 x 5,032 x 1,755 มม. กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ทรง 5 เหลี่ยม คาดกลางกระจังหน้าด้วยสัญลักษณ์ “Bowtie” (โบว์ไท) ที่เฝงไปด้วยความเป็น CHEVROLET โคมไฟหน้าจากทรงเหลี่ยม 2 ชั้น ก็ถูกรวบเข้าด้วยกัน เหลือเพียงโคมเดียว แต่แยกเบ้าจานฉายแสงเป็น 2 เบ้าในแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ ซึ่งอยู่ในกรอบโคมดำ เติมความสปอร์ตให้กับดีไซน์ใหม่ไม่น้อย และยังเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีขึ้นด้วยไฟตัดหมอกหน้า

     ฝากระโปรงหน้าลาดเอียงเพียงเล็กน้อย แต่เว้าช่องอากาศ เพื่อรับลมเข้าไปเป่าสู่ “หม้อเย็นสากล” อย่าง อินเตอร์คูลเลอร์ได้อย่างเต็มที่ ส่วนถัดขึ้นมาอย่างกระจกบังลมหน้า ก็เลือกใช้ในแบบนิรภัย 2 ชั้น (Laminated Windshied) พร้อมติดตั้งเสาวิทยุขนาดเล็กไว้บนหลังคา แทนแบบเดิมที่ซ่อนอยู่ในแนวเสาขวาหน้า ด้านข้างที่คงโป่งล้อสไตล์เหลี่ยมสีเดียวเพิ่มมิติรถให้ดูแกร่ง ไม่สำอางค์จนเกินไป แต่ก็ผสมผสานความหรูหราด้วยมือเปิดประตูแบบ Grip Type กับกระจกมองข้างขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไฟเลี้ยว และด้านท้ายของตัวรถ เพิ่มเส้นสายของการดีไซน์ใหม่ไว้ตั้งแต่ สัญลักษณ์ “Bowtie” และมือเปิดฝาท้ายแบบ One Touch ที่ฝากระบะท้าย ช่วยให้ท้ายรถเปิดง่าย และมีเส้นสายไม่โล่ง เหมือนรถกระบะยี่ห้ออื่นๆ ส่วนไฟท้ายยังคงไว้ตามแนวตั้งของตัวถังเช่นเดิม แต่ใส่ลูกเล่นกับเลนน์ให้ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยยิ่งขึ้น

ภายในยังคงความสะดวกสบายเช่นเดิม

     ก่อนก้าวเข้าสู่ตัวรถ ก็สามารถปลดล็อคง่ายๆ กับกุญแจอิมโมบิไลเซอร์ (Immobilizer) ความสูงใต้ท้องรถที่มีอยู่ 225 มม. ทำให้ห้องโดยสารของ COLORADO มีความสูงมากขึ้น ด้านข้างตัวรถจึงได้เสริมบันไดข้าง ที่เลือกใช้วัสดุแบบอะลูมิเนียมหุ้มด้วยวัสดุกันลื่น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้การก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร

     ห้องโดยสารของ CHEVROLET COLORADO ได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างพิถีพิถันกับโทนสีเบจ ตัดกับแผงควบคุมข้างประตูสีเมทัลลิกให้ความหรูหรา ปุ่มปรับต่างๆ รวมถึงช่องแอร์ก็ถูกออกแบบในลักษณะทรงกลม คอนโซลฝั่งซ้ายมือเหนือช่องเก็บของนั้น ถูกติดตั้ง Air Bag ไว้ ให้ทำงานควบคู่กันกับตำแหน่งของผู้ขับ ที่ติดตั้งอยู่ในพวงมาลัยแบบ 4 ก้าน เส้นผ่านศูนย์กลาง 14 นิ้ว มาตรวัดเรืองแสงโทนสีฟ้าสามารถปรับความสว่างได้ถึง 6 ระดับ กับตัวเลขแสดงความเร็วสูงสุดไว้ถึง 220 กม/ชม. และความเร็วรอบเครื่องสูงสุดอยู่ที่ 6,000 RPM ถัดมาก็เป็นมาตรวัดความร้อนและน้ำมันเชื้อเพลิงตามปรกติ สวิตช์ไฟฉุกเฉินถูกติดตั้งไว้กลางคอนโซลของห้องโดยสาร โดยถัดลงมาเป็นปุ่มควบคุมระบบขับเคลื่อน INSTA-TRAC 4X4 โดยใช้งานง่ายๆ เพียงกดปุ่มให้การปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) โดยไม่ต้องหยุดรถ ในความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม.

     ความสะดวกสบายเริ่มตั้งแต่เบาะนั่งคู่หน้าที่ใหญ่ รองรับและโอบกระชับร่างกายตลอดการเดินทาง ส่วนความสุนทรีภายในรถก็ได้เสียงขับกล่อมจากวิทยุที่ติดตั้งแบบ Built-in ที่เล่นทั้งวิทยุ CD MP3 และไฟล์แบบ WMA

ตารางทดสอบเสียง (เปิดแอร์)
สถานะ
ปริมาณเสียงที่วัดได้ (dB)
จอดนิ่ง
47.8
เคลื่อนที่ (120 กม./ชม.)
68.0

ขุมพลังดีเซล 3.0 ลิตร เทอร์โบ 163 แรงม้า
เร่งดี…อัตราสิ้นเปลือง 10.35 กม./ลิตร

     CHEVROLET COLORADO มี พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ตอบสนองการใช้งานทั้งแรง และประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเดิม ตอกย้ำสมรรถนะเอกลักษณ์ของเชฟวี่ ทรัค ตัวจริง ด้วยเครื่องยนต์ CTi คอมมอนเรล ดีเซล เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ที่พัฒนาจากเครื่องยนต์รหัส “4JJ1-TC” 4 จาก ความแรงเพียง 146 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 294 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,400-3,400 รอบ/นาที ให้มีความแรงมากยิ่งขึ้น ด้วยการปรับปรุงโปรแกรมระบบสั่งจ่ายน้ำมันใหม่ ตลอดจนอุปกรณ์ชิ้นสำคัญอย่างเจ้า “หอยพิษ” พร้อมต่อท้ายรหัสเครื่องยนต์ด้วย “X” กลายเป็น “4 JJ 1-TCX”

      เจ้าเครื่องยนต์ “4 JJ 1-TCX” ยังคงอยู่ในพิกัด 3.0 ลิตร เช่นเดิม กับความจุ 2,999 ซี.ซี. จากกระบอกสูบ 95.4 มม. และช่วงชัก 104.9 มม. บีบอัดในอัตราส่วน 17.5: 1 ด้วยการเป่าลมจาก “หอยพิษ” ลูกใหม่จาก IHI รหัส RHV5 โดยทำงานในแบบแปรผัน (VGS TURBO) อัดลมผ่านอินเตอร์คูลเลอร์ที่ติดตั้งในตำแหน่งด้านบนเครื่องยนต์ รับลมจาดช่องสคู๊ปบนฝากระโปรงหน้าอย่างเต็มที่ ให้ไอดีความเย็นก่อนเข้าไปจุดระเบิดภายในกระบอกสูบ จนสร้างพละกำลังได้สูงถึง 120 kw หรือ 163 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 3,600 รอบต่อนาที นอกจากแรงม้าที่สูงขึ้นแล้ว แรงบิดก็ขยับมาเป็น 360 นิวตันเมตร หรือ 37 กิโลกรัม-เมตร แต่มาที่รอบเครื่องยนต์สูงขึ้นเล็กน้อยที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที

     ส่วนในด้านของอัตราสิ้นเปลืองนั้น COLORADO 3.0 CTI MAXX สามารถให้ความประหยัดเชื้อเพลิงในการเดินทางระดับ 11.18 กม./ลิตร ในความเร็วเฉลี่ยที่ 120 กม./ ชม. พร้อมการเดินทางแบบสบายๆ ด้วยระบบเกียร์ออโต้ 4 สปีดที่ไล่อัตราทดตั้งแต่เกียร์ 1 ที่ 2.804 ไปถึง 0.705 ในเกียร์ 4 ส่วนอัตราทดเกียร์ถอย ก็ให้กำลังได้ดี ไม่แพ้เกียร์ 1 กับอัตราทดที่ 2.394 ให้อัตราเร่งจากรถหยุดนิ่งไปจนถึง 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 12.95 วินาที ส่วนระยะทางมาตรฐานในการทดสอบอย่าง 402 เมตร ก็ใช้เวลาไปเพียง 18.71 วินาที พร้อมความเร็ว 121.3 กม./ ชม.

     นอกจากจะขับสบายในเมืองแล้ว ยังพร้อมลุยด้วยระบบขับเคลื่อน 4WD แบบ Part Time 4WD ที่เปลี่ยนอัตราทดเกียร์ทรานเฟอร์จากตำแหน่ง H ที่มีอัตราทดที่ 1.000 มาสู่เกียร์อัตราทดต่ำในตำแหน่ง L กับอัตราทดที่ 2.482 ให้กำลังในการขับเคลื่อนที่ดีมากขึ้น

ตารางทดสอบอัตราเร่ง (เปิดแอร์)
ประเภท
เวลา (วินาที)
ความเร็ว (กม./ชม.)
0-402 ม.
18.71
121.3
0-1,000 ม.
33.46
152.7
0-100 กม./ชม.
12.95
100
อัตราความสิ้นเปลือง (กม./ลิตร)
ในเมือง
9.52
นอกเมือง
11.18 (ที่ความเร็ว 120 กม./ชม.)
เฉลี่ย
10.35

ช่วงล่างแกร่ง สไตล์ Z71
นุ่ม…แน่น…หนึบ!

     ในเรื่องของความนุ่มนวลในการขับขี่ COLORADO นั้น ได้รับการเซ็ตอัพมาเพื่อให้ตอบสนองต่อผู้ขับขี่และผู้นั่งได้อย่างลงตัว จากช่วงล่างแบบ CRS (Comfort Ride Suspension) ภายใต้รหัส Z71 ที่ถูกออกแบบให้มีความสูงที่โดดเด่นไปพร้อม ๆ กับความนิ่มนวลในการใช้งาน

     ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบปีกนกสองชั้น และทอร์ชั่นบาร์ขนาด 30 มม. วางไว้ในตำแหน่งความกว้างล้อหน้าที่ 1,515 มม. เพิ่มสมรรถนะในการยึดเกาะถนน และให้ประสิทธิภาพในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดสมบูรณ์แบบ ส่วนด้านหลังใช้ในแบบเดิมๆ กับ ลีฟสปริงแผ่นรูปครึ่งวงรี หรือที่เราเรียกคุ้นปากว่า “แหนบ”พร้อมโช้คอัพแก๊ส ที่วางตำแหน่งล้อหลังให้กว้างกว่า อยู่ที่ 1,520 มม.

      การตอบสนองควบคุม ให้ความรู้สึกแม่นยำ ด้วยระบบบังคับเลี้ยวแบบแร็ค แอนด์ พิเนี่ยน ( Rack & Pinion) ให้วงเลี้ยวแคบสุด 6.2 เมตร นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบเพาเวอร์ผ่อนแรงพร้อมทั้งความปลอดภัย หลังจากการเกิดอุบัติเหตุด้วย “แกนพวงมาลัยแบบนิรภัย” ที่สามารถหักงอได้สองส่วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อไม่ให้กระแทกเข้ามายังห้องโดยสารจนเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่

     ในส่วนของล้อและยาง CHEVROLET COLORADO นั้นได้เลือกใช้ล้ออัลลอยขนาด 16x7JJ ที่มากับรูน๊อต 6 ตัว PCD ที่ 139.7 มม. ตามแบบฉบับรถกระบะ พร้อมระยะ Off set ที่ 38 มม. ห่อหุ้มไว้ด้วยยาง “Bridgestone” ในแบบ H/T ขนาด 245/70 R 16 ที่บดบังระบบเบรกคู่หน้าในแบบดิสก์ขนาด 280 มม. บีบจับด้วยคาลิเปอร์แบบ 2 ลูกสูบ ทำงานร่วมกับดรัมเบรกขนาด 295 มม. ในคู่หลัง พร้อมความมั่นใจในการเบรกกับระบบ ABS แบบ 4 เซ็นเซอร์ 3 วงจร พร้อมระบบกระจายและควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติ (EBD) นอกจากนี้ยังเพิ่มระบบ G-Sensor ซึ่งเป็นระบบตรวจจับเสถียรภาพในการเบรก ทำงานร่วมกันกับระบบ EBD เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกระจายแรงเบรกให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยหยุดรถที่ความเร็ว 100 กม./ ชม. ให้หยุดนิ่งได้ในเวลา 3.29 วินาที กับระยะทางเพียง 47.5 เมตร เท่านั้น!

ตารางทดสอบเบรก
ระดับความเร็ว (กม./ชม.)
ระยะทาง (ม.)
เวลา (วินาที)
60-0
18.5
2.02
80-0
31.6
2.68
100-0
47.5
3.29
120-0
70.4
4.03

บทสรุป กับการขับขี่แบบออฟโรด
     การทดสอบครั้งนี้ ไม่ได้ไปไหนไกล เพียงขับรถจากรุงเทพฯ เพียงไม่ถึง 2 ชั่วโมง ปลายทางทดสอบที่สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา แต่อย่าพึ่งตกใจไป เราไม่ได้ไปทดสอบออฟโรดกันในสนามพีระหรอกครับ แต่สถานที่ทดสอบเราเป็นภูเขาหน้าสนามพีระ กับเส้นทางธรรมชาติ ผสมผสานเส้นทางอุปสรรคจำลอง เพื่อใช้ในการทดสอบรถยนต์แบบออฟโรดโดยเฉพาะ

     เริ่มการทดสอบแรกกับการขับขึ้นเนินชัน กับภูเขาหน้าสนามพีระ ที่หากเป็นรถขับเคลื่อน 2 ล้อนั้นก็ไปได้แหละครับ แต่คงมีล้อปั่นฟรี ฝุ่นกระจายให้เห็นกันบ้างถึงจะพาน้ำหนักตัวกว่า 2 ตัน ขึ้นสู่ยอดเนิน แต่เพื่อเป็นการทดสอบกำลังของรถ เราจึงเลือกใช้ระบบเกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราทดต่ำ หรือ 4Low เท่านั้น ในขับขึ้นเนิน โดยผู้ทดสอบใช้เพียง Walking speed ก็สามารถไต่ขึ้นเนินได้สบายๆ สำหรับขาลง ซึ่งมีความลาดชัดไม่แพ้กับขาขึ้นแม้ว่าจะใช้ Engine Brake ช่วยในการลงแล้ว แต่ดูเหมือนอัตราทดของเกียร์อัตโนมัติจะไม่เพียงพอ ผู้ทดสอบยังคงต้องใช้เบรก เพื่อประคองให้รถลงเนิน

     ความสูงของช่วงล่าง และการให้ตัวของช่วงล่างนั้น ทำออกมาได้อย่างดี กับการทดสอบขับผ่านบ่อน้ำที่มีความสูงระดับ 1 เมตร ในความเร็วไม่มากนัก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ได้เปลี่ยนมาใช้แบบ 4High ก็ช่วยดึงให้รถมีความนิ่งยิ่งขึ้น ทำให้ขับผ่านบ่อน้ำได้อย่างมั่นคง ไม่วอกแวก สำหรับหลุมสลับนั้น เรียกว่าขับผ่านกันได้อย่างสบายๆ แม้บางช่วงที่มีการยกลอยของล้อ แต่ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็ยังคงปั่นล้อให้รถผ่านพ้นอุปสรรคได้อย่างสบายๆ

     มิติของตัวรถ ที่แม้จะดูภายนอกว่าบึกบึน น่าจะขับยาก แต่เมื่อเข้าไปนั่งในรถแล้ว กลับไม่เป็นปัญหาต่อการขับขี่ แถมรู้สึกคล่องตัว แม้จะเข้าผ่านสะพานซุง ที่วางตำแหน่งไม้ไว้พอดีตำแหน่งล้อ แต่ก็ไม่ยากลำบากเลย สำหรับการมองระยะ เพื่อจะขับผ่านอุปสรรคตรงนี้ไปได้

      ทั้งหมดนี้ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ถือเป็นการพลิกโฉมกระบะอเมริกัน ภายใต้ชื่อ COLORADO กับรหัสร้อนอย่าง 3.0 CTI MAXX ด้วยรูปลักษณ์หน้าตาที่เปลี่ยนไป ภายใต้แนวคิดที่ต้องการปรับโฉบเข้าสู่ความสปอร์ตปราดเปรียว โดยยังมีเสียงเล็กๆ ของผู้ใช้ COLORADO ในรุ่นแรก บ่นเสียดายเอกลักษณ์ไฟหน้าสองชั้น แต่นั่นคงจะต้องมาติดตามดูกันว่า กระแสตอบรับของผู้ใช้รถต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ด้วยราคา 899,000 บาท จะเป็นเช่นไรต่อไปในอนาคต