“โคโลราโด” ไปกับผมได้ทุกที่

สิงหาคม 8, 2010 by
Filed under: COLORADO 

ใครจะเชื่อว่า พระเอกหนุ่มดวงตาโศกที่โด่งดังจากบทบาทการแสดง “โกโบริ” จากภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง คู่กรรม จะกลายมาเป็นนักแสดงหนุ่มอารมณ์ดีที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงของไทยมานานเกือบ 20 ปี จะมีรถสุดรักเป็นรถกระบะหน้าตาบึกบึนอย่าง เชฟโรเลต โคโลราโด แทนรถสปอร์ต 2 ประตูแสนหรู เหมือนอย่างนักแสดงหนุ่มบางคน

เชฟวี่ ทอล์ค ฉบับนี้มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณโอ วรุฒ วรธรรม หนุ่มอารมณ์ดีคนนี้ ที่บ้านพักของเขาซึ่งร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย และยังเต็มไปด้วยสัตว์เลี้ยงนานาชนิด เช่น จระเข้ เต่า ไก่ นก ปลา สุนัข แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมยามว่างของหนุ่มคนนี้ ที่ต้อง “ไม่ธรรมดา” อย่างแน่นอน

“ผมเป็นคนบ้า” คุณโอบอกอย่างอารมณ์ดี เมื่อเราถามถึงกิจกรรมยามว่างของเขา “ผมไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ที่ถูกคนอื่นเลี้ยงมาแล้ว ผมเลยเอามาเลี้ยงตั้งแต่เป็นไข่ เอามาใส่ตู้ฟักไข่ ไม่ว่าจะเป็นอะไร ฟักเองทั้งนั้น ถ้าไม่บ้าก็ไม่รู้จะว่าอะไรแล้ว” ดังนั้น จระเข้พันธุ์ เคย์แมน ทั้ง 3 ตัว เต่าญี่ปุ่น 8 ตัว ไก่ญี่ปุ่นอีกฝูงหนึ่ง ล้วนแล้วแต่ฟักและเลี้ยงอยู่ในบ้านวรธรรมทั้งสิ้น

นอกจากเลี้ยงสัตว์แปลกๆ แล้ว คุณโอยังมีกิจกรรมยามว่างที่น่าสนใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นขับเรือเร็ว ตกปลา หรือ เล่นเครื่องเล่นบังคับวิทยุ เช่น เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน และเรือใบ ซึ่งกิจกรรมยามว่างเหล่านี้ ทำให้ต้องมีพาหนะที่สามารถสนองตอบต่อกิจกรรมยามว่างได้เป็นอย่างดีด้วย

และเชฟโรเลต โคโลราโด คือคำตอบสุดท้ายที่คุณโอบอกว่า ถูกใจที่สุด “ผมชอบรถกระบะอเมริกัน ขนาดเครื่องยนต์ จำนวนแรงม้าไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผม ผมสนใจเฉพาะหน้าตา เรียกว่าเจอครั้งแรก ก็รักแรกพบ เลยตัดสินใจซื้อทันที โดนใจจริงๆ โดยเฉพาะหน้าตาที่ดุดัน ไฟหน้าชอบที่สุด เพราะลงตัวมาก และที่เลือก 4 ประตู เพราะลงตัวกับคนที่เพื่อนมากอย่างผม” และเมื่อเขาได้ใช้ชีวิตร่วมกับโคโลราโดตลอด 2 ปี ที่ผ่านมา ยิ่งทำให้ประทับใจมากยิ่งขึ้น จนถึงขณะนี้จากรักแรกพบกลายเป็นรักสุดใจไปเสียแล้ว

หน้าตา คือ รักแรกพบ แต่รักสุดใจ คือการเข้ากันได้ในทุกอย่างทุกที่ “รถคันนี้ บรรทุกของได้ บรรทุกคนได้ แอร์เย็น ทัศนวิสัยดีเยี่ยม ทำให้ขับง่าย ผมเป็นคนชอบลุย แต่ก็ยังติดสบายอยู่ ซึ่งโคโลราโดให้ผมได้ทุกอย่าง”

ในช่วงแรกที่โคโลราโดมาอยู่ในบ้านวรธรรม แน่นอนความเห่อไม่เข้าใครออกใคร คุณโอจึงพาโคโลราโดคันเก่งไปปรับโฉมเสียใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ยางขนาดใหญ่ เสริมช่วงล่างให้สูงขึ้น เพื่อให้ดูดุดันมากขึ้น ซึ่ง เมื่อโคโลราโดคันนี้เวลาจอดนั้นเหมือนนักรบที่สุดเคร่งขรึม แต่ยามที่นำไปวิ่งบนท้องถนน ความดุดันกลับเป็นตัวทำลายความสบาย และทำลายน้ำมันอย่างหนัก เพราะไม่สามารถทำความเร็วสูงได้ แถมสะเทือนไปถึงไส้ติ่ง ทำให้คุณโอตัดสินใจนำโคโลราโดกลับสู่สามัญอีกครั้งหนึ่ง โดยสิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงแค่ฝาปิดกระบะท้ายเท่านั้น

“ผมกลับมาใช้ยางขนาดปกติแล้วรู้สึกว่าขับสบายขึ้นมาก ตอนแรกผมไม่เชื่อว่าจะขับรถกระบะไปไหนไกลๆ ได้ แต่ตอนนี้ต้องคิดใหม่ เพราะไปไหนไปกันได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ หรือจังหวัดอื่นๆ ผมขับไปหมด ซึ่งช่วงล่าง และเครื่องยนต์ รวมถึงทัศนวิสัยในการขับขี่ ทำให้สามารถขับด้วยความเร็วประมาณ 120-130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างสบายใจ”

“ตอนแรกผมเชื่อว่ารถเก๋งสบายที่สุด แต่พอมาขับโคโลราโด ก็แตกต่างไม่มากนัก ที่สำคัญประหยัดมากกว่า ขับไปเชียงใหม่ พอถึงตาก น้ำมันเพิ่งหมดไปแค่ขีดเดียว ถ้าเป็นรถเก๋งหมดไปครึ่งถังแล้ว แถมยังไม่ต้องกลัวเรื่องน้ำท่วมอีกด้วย เห็นฝนตก ก็ไม่ต้องชะเง้อดูว่าน้ำท่วมหรือเปล่า แถมยังปลอดภัยด้วยเพราะความสูงของตัวรถทำให้ผมมองเห็นรถคันหน้าว่าเบรก หรือเกิดอะไรขึ้น ทำให้เราเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างหน้าได้ทันท่วงที ”

เขาย้ำว่า รถคันนี้ สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้ ไม่ใช่แค่ 100% แต่มากกว่านั้น เพราะไม่ต้องมาคอยกังวล ไม่มีปัญหาจุกจิก อยากไปตกปลา ก็ขนอุปกรณ์ตกปลาใส่ท้ายรถ อยากไปเล่นเฮลิคอปเตอร์ ก็ขนขึ้นท้ายรถ ปิดฝาท้ายให้เรียบร้อย ก็ไม่ต้องกังวลทั้งถูกขโมย ทั้งถูกแดด ถูกฝน ส่วนในเรื่องของความเท่นั้น คุณโอบอกว่าไม่ใช่ปัญหา เพราะสถานที่ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ทั้งโรงแรม 5 ดาว ร้านอาหารสุดหรู ต่างมีที่จอดรถเป็นสัดส่วน ซึ่งไม่มีใครเห็นอยู่แล้วว่าขับอะไรมา หรือถ้าเห็นก็ไม่มีปัญหา เพราะรถคันนี้ดูดีอยู่แล้ว

นอกจากนี้ การบริการหลังการขายของศูนย์บริการของเชฟโรเลตยังเป็นความประทับใจที่คุณโอประสบมาด้วยตัวเอง “ผมไม่รู้ว่าเขาทำดีกับผมเพราะผมเป็นดาราหรือเปล่า แต่เท่าที่สังเกตดูไม่น่าจะใช่ เพราะกับลูกค้าคนอื่นเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการก็ดูแลดีเหมือนกับดูแลผม ใช้เวลาไม่นานกับการเข้าศูนย์ฯ ค่าบริการก็ไม่แพง เปลี่ยนแค่น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย อะไรอีกนิดหน่อยก็แค่พันกว่าบาท ตั้งแต่ซื้อมา 2 ปี ยังไม่มีอะไรเสีย จะมีก็แต่ไฟหน้าขาด ก็เปลี่ยนไป 30 บาท ก็เรียบร้อย”

ปัจจุบันนี้ คุณโอใช้โคโลราโดในชีวิตประจำวัน ใช้ในเมืองก็ไม่รู้สึกว่าเกะกะ รวมถึงไม่มีปัญหาในเรื่องที่จอดรถเหมือนกับที่หลายคนกังวล เพราะเขามองว่าการใช้งานในเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นรถเล็ก แม้รถเล็กจะตอบสนองการใช้งานในเมืองได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อวันหนึ่งต้องการเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือวันหนึ่งต้องการขนของ หรือขนเพื่อนไปเที่ยวไหนต่อไหน รถเล็กคันนั้นไม่สามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องนั้นได้

“รถเล็กใช้งานในเมืองได้ดี แต่รถกระบะสามารถใช้งานได้ดีทั้งในเมือง และต่างจังหวัด เรียกว่าจะเอาอะไรก็ได้” คุณโอย้ำว่า รถคันนี้คือเพื่อนแท้ของเขา โดยสรุปให้เราฟังง่ายๆ ว่า “ผมรักรถคันนี้ เขาไปกับผมได้ทุกที่”

Comments

Comments are closed.