CHEVROLET COLORADO มั่นใจ…ทน! พร้อมลุยทุกการใช้งาน

กรกฎาคม 5, 2010 by
Filed under: COLORADO 

CHEVROLET COLORADO รถกระบะสายพันธุ์อเมริกัน ได้รับการพัฒนาอีกระดับ ทั้งรูปลักษณ์ที่สวยงาม โฉบเฉี่ยวขึ้น และคงความโดดเด่นด้านสมรรถนะ และการตอบรับจากผู้ใช้รถทั่วประเทศ เพื่อการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะ หลังจากได้เปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี 2547

ภายนอกสวยเท่ โฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตา

      รูปลักษณ์ และการดีไซน์ภายนอกที่เปลี่ยนจากความแกร่งมาสู่รูปลักษณ์ใหม่ โฉบเฉี่ยวสะดุดทุกสายตาด้วยความโดดเด่นจากกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ คาดกลางกระจังหน้าพร้อมสัญลักษณ์ “Bowtie” (โบว์ไท) สีทอง เอกลักษณ์ที่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ของเชฟโรเลต ไฟหน้าโคมดำแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ เติมความสปอร์ต และเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีขึ้นด้วยไฟตัดหมอกหน้าทรงกลม ฝากระโปรงหน้าที่ติดตั้งช่องอากาศ รับลมเข้าสู่อินเตอร์คูลเลอร์ในรุ่นเครื่องยนต์ CTi MAXX เส้นสายด้านข้างที่สะท้อนความเป็นออฟโรดในรุ่น Z71 กับชุดโป่งล้อสีเดียวกับตัวรถ กระจกมองข้างติดตั้งไฟเลี้ยว เพิ่มความหรู เท่ มีสไตล์ ด้านท้ายของตัวรถ เพิ่มเส้นสายของการดีไซน์ใหม่ไว้ที่ฝากระบะท้าย ไฟท้ายเปลี่ยนดีไซน์เพิ่มความโฉบเฉี่ยวทันสมัย พร้อมเพิ่มความปลอดภัยด้วยไฟเบรกดวงที่ 3 ไว้บริเวณเสาหลังคาด้านบน

ภายในหรูหรา กว้างขวาง

      สะดวกสบาย พร้อมประโยชน์ใช้สอยสูงสุด
ห้องโดยสารของ CHEVROLET COLORADO ได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างพิถีพิถันกับโทนสีเบจ ตัดกับแผงควบคุมข้างประตูสีเมทัลลิกให้ความหรูหรา เบาะนั่งคู่หน้าที่ใหญ่ให้ความสบายตลอดการเดินทาง พร้อมขับกล่อมด้วยเครื่องเล่นวิทยุ-ซีดี ที่เล่นได้ทั้ง MP3 และ WMA

     พวงมาลัยเพาเวอร์แบบ 4 ก้าน ให้ความกระชับในการควบคุมรถ มาตรวัดเรืองแสงทันสมัย สามารถปรับความสว่างได้ถึง 6 ระดับ สำหรับในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้ติดตั้งปุ่มอัจฉริยะ INSTA-TRAC 4X4 ให้การปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) โดยไม่ต้องหยุดรถ ในความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายกับการเปิด-ปิดรถ ด้วยกุญแจอิมโมบิไลเซอร์ (Immobilizer)

 

      ตอกย้ำสมรรถนะเอกลักษณ์ของเชฟวี่ ทรัค ตัวจริง ด้วยเครื่องยนต์ CTi คอมมอนเรล ดีเซล เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ รหัส 4JJ1-TC 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 3,000 ซี.ซี. สั่งการด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Hi-Speed IC แม่นยำให้ความแรงถึง 146 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที กับแรงบิดสูงสุด 294 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,400-3,400 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งแซงที่ต่อเนื่อง สมรรถนะแรงจัดพร้อมชุดเฟืองขับเคลื่อนที่ล้ำหน้าแข็งแกร่ง บำรุงรักษาง่าย

ระบบล็อกเฟืองท้ายอัตโนมัติ
เปลี่ยนทุกอุปสรรคให้เป็นพลัง


     อีกขั้นของการขับเคลื่อน ใน CHEVROLET COLORADO ด้วยระบบขับเคลื่อนที่ได้รับการพัฒนาให้แกร่งตามสไตล์รถกระบะสายพันธุ์อเมริกัน กับการติดตั้งระบบล็อกเฟืองท้ายอัตโนมัติ G80 Diff-Lock ลิขสิทธิ์เฉพาะของ CHEVROLET โดยระบบล็อกเฟืองท้ายกลไกอัตโนมัติ G80 Diff-Lock มีให้เลือกในรถกระบะ CHEVROLET COLORADO ทุกรุ่น เพื่อเพิ่มสมรรถนะที่สูงกว่าระบบเฟืองท้ายในแบบอื่นๆ อย่างเช่น ระบบเฟืองท้ายแบบโอเพ่น ดิฟเฟอเรนเชียล (Open Differentials) ที่ใส่ในรถกระบะขับเคลื่อนสองล้อทั่วไป หรือจะเป็นระบบเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป ดิฟเฟอเรนเชียล (Limited Slip Differentials) ที่นิยมติดตั้งไว้ในรถขับเคลื่อนสี่ล้อ

     การทำงานของระบบ G80 Diff-Lock จะทำงานทันทีเมื่อการหมุนของล้อหลังทั้ง 2 ข้าง แตกต่างกันเกิน 100 รอบต่อนาที ระบบจะทำการล็อกเพลาซ้าย-ขวา ให้เป็นแกนเดียวกัน เพื่อส่งกำลังไปยังล้อทั้ง 2 ข้าง ให้มีแรงหมุนที่เท่ากันในอัตราส่วน 50:50 ซึ่งเมื่อล้อเกิดการหมุนฟรี อย่างเช่น ทางขึ้นเขาลาดชัน หล่มทราย โคลนเลน การขับขี่ผ่านเส้นทางทุรกันดาร มีพื้นผิวที่ต่างระดับกัน จนทำให้การขับรถผ่านอุปสรรคนั้น มีล้อใดล้อหนึ่งลอยจากพื้น ระบบจะส่งกำลังข้างที่มีแรงเสียดทานมากกว่า หรือล้อที่สัมผัสผิวถนนนั้น ส่งกำลังพาให้รถพ้นจากอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดาย และเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ระบบได้ถูกออกแบบให้ปลดเพลาโดยอัตโนมัติเมื่อมีการขับขี่ด้วยความเร็วสูงกว่า 30 กม./ชม. ซึ่งการปลดล็อกระบบเฟืองท้ายนี้ จะเป็นไปอย่างนุ่มนวล ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันความเสียหากจากการล็อกชุดเฟืองท้ายตลอดเวลา
G80 Diff-Lock ตอบสนองสมรรถนะที่เหนือชั้นกว่ากระบะทั่วไป กับการติดตั้งทั้งในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ซึ่งกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ในรถกระบะอเมริกันนั้น ได้รับความนิยมติดตั้งระบบ G80 Diff-Lock เพื่อเสริมสมรรถนะของ COLORADO ให้แกร่งตามสายพันธุ์เชฟวี่ ทรัค

ระบบล็อกเฟืองท้ายกลไกอัตโนมัติระบบขับเคลื่อน Diff-Lock อื่น ๆ
ช่วงล่างแกร่ง ทน นุ่มนวล
เกาะถนนเป็นเยี่ยม
 

     (แบบไฟฟ้า ไฮดรอลิก หรือแรงดันลม)1. ทำงานอัตโนมัติเมื่อเผชิญอุปสรรค
และระบบจะปลดล็อกอัตโนมัติ เมื่อรถวิ่งผ่านอุปสรรคด้วยความเร็วเกิน 30 กม./ชม.1. ต้องกดปุ่มควบคุมเพื่อสั่งให้ระบบเริ่มต้นหรือหยุดการทำงาน ถ้าลืมปิดระบบ เฟืองท้ายจะเสียหายและอาจเกิดอุบัติเหตุได้2. ไม่ต้องหยุดรถเพื่อ เปิด/ปิด การทำงาน2. ต้องหยุดรถเพื่อ เปิด/ปิด ระบบทุกครั้ง3. ทนทาน ไม่ต้องดูแลรักษา ตลอดอายุการใช้งาน3. ต้องดูแลรักษา ตรวจเช็คระบบไฟฟ้า, ระบบจ่ายน้ำมัน และแรงดันลม

     ระบบกันสะเทือน ได้รับการออกแบบให้มีความแตกต่างกันเล็กน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งาน โดยในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ จะเป็นแบบปีกนกสองชั้น และคอยล์สปริง พร้อมโช้คอัพแก๊ส ให้การควบคุมอิสระคล่องตัว นุ่มนวลในการขับขี่ และทนทานสำหรับการบรรทุก และทรงตัวดีขึ้นกับช่วงล่างหลังแบบลีฟสปริงแป้นรูปครึ่งวงรี กับการเลือกใช้วัสดุเหล็กกล้าพร้อมโช้คอัพแก๊ส
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ในรุ่น Z71 4×4 ใช้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบปีกนกสองชั้น และทอร์ชั่นบาร์ เพิ่มสมรรถนะในการยึดเกาะถนน และให้ประสิทธิภาพในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดสมบูรณ์แบบ สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ Z71 นั้น ตอบสนองผู้ชื่นชอบรูปลักษณ์ของรถกระบะในสไตล์ออฟโรด แต่ใช้งานบนถนนเรียบเป็นหลัก ด้วยการยกพื้นรถเพิ่มความสูงขึ้นจากรุ่นเดิม พร้อมช่วงล่างที่เป็นแบบเดียวกับในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ได้รับการปรับปรุงสมรรถนะ เพื่อการตอบสนองที่สบายยิ่งขึ้นในการขับขี่บนทางเรียบ และยังให้ประสิทธิภาพในการปีนป่ายบนเส้นทางทุรกันดารได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ CHEVROLET COLORADO ยังได้ติดตั้งช่วงล่างแบบ CRS (Comfort Ride Suspension) เฉพาะในรุ่น C-CAB ซึ่งถูกออกแบบให้ลดการกระเทือน นุ่มนวลไม่ต่างจากรถเก๋ง ทนทานต่อทุกสภาพพื้นผิว ด้วยการปรับแต่งค่าความยืดหยุ่นของโช้คอัพแก๊สให้สัมพันธ์กับค่าความยืดหยุ่นของชุดแหนบด้านหลัง เหมาะสำหรับการโดยสาร และแบกน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 500 กก.

      การควบคุมให้ความแม่นยำด้วยระบบบังคับเลี้ยวแบบแร็ค แอนด์ พิเนี่ยน ( Rack & Pinion) ให้วงเลี้ยวแคบสุด 5.9 เมตร (ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ) และ 6.2 เมตร (รุ่น Z71) นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบเพาเวอร์ผ่อนแรงให้กับทุกรุ่น ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องออกแรงบังคับเลี้ยวมาก อีกทั้งแกนพวงมาลัยยังเป็นแบบนิรภัย หักงอได้สองส่วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ จะไม่กระแทกเข้ามายังห้องโดยสารจนเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่
ระบบเบรกคู่หน้าแบบดิสก์เบรก ที่ทำงานร่วมกับดรัมเบรกในคู่หลัง พร้อมความมั่นใจในการเบรกกับระบบ ABS แบบ 4 เซ็นเซอร์ 3 วงจร พร้อมระบบกระจายและควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติ (EBD) นอกจากนี้ยังเพิ่มระบบ G-Sensor ซึ่งเป็นระบบตรวจจับเสถียรภาพในการเบรก ทำงานร่วมกันกับระบบ EBD เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกระจายแรงเบรกให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

TOTAL BODY PROTECTION SYSTEM (TBPS)
คุ้มครองรอบคัน มั่นใจตลอดเส้นทาง

     CHEVROLET COLORADO ให้ความมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยแบบ Active Safety ด้วยโครงสร้างตัวถังที่ขยายความกว้างและความสูง ทนต่อแรงบิดตัวได้ดี และระบบความปลอดภัยแบบ Passive Safety กับโครงสร้างเหล็กกล้าด้านหน้าบริเวณห้องเครื่อง และส่วนกลางวางคานขวางเสริมแรงถึง 5 จุด รองรับห้องโดยสารให้เป็นโซนนิรภัย ส่วนท้ายเสริมคานไขว้แข็งแรง ตามมาตรฐาน FMVSS ของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังเสริมคานเหล็กนิรภัยในบานประตู (Side Door Impact Beams) และเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ห้องโดยสารยังได้ใช้คอมพิวเตอร์ คำนวณจุดเสริมแรงพิเศษเพื่อป้องกันการยุบตัวของห้องโดยสารจากการชนหรือพลิกคว่ำ

      ด้วยความแกร่งของโครงสร้างตัวถัง CHEVROLET COLORADO แล้ว ภายในห้องโดยสารยังมีการติดตั้งกระจกบังลมหน้านิรภัย 2 ชั้น (Laminated Windshied) และเสริมถุงลมนิรภัยทั้งในฝั่งคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ที่ให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของทุกรุ่น รวมทั้งยังติดตั้งกุญแจล็อกกันขโมยล้ออะไหล่ ไว้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน CHEVROLET COLORADO ทุกรุ่น

    เชิญสัมผัสและทดลองขับรถ CHEVROLET COLORADO ได้ที่โชว์รูม และศูนย์บริการมาตรฐานของ CHEVROLET ทั่วประเทศ หรือคลิ๊กเข้าไปดูที่ www.chevroletviriyah.com หรือสอบถามรายละเอียดทางเว็บไซต์เพื่อทดลองขับได้แล้ววันนี้

Comments

Comments are closed.