แคปติวา เบนซิน 2.4
ถึงวันนี้“จีเอ็ม”ที่มีแบรนด์“เชฟโรเลต”เป็นหัวหอกลุยตลาดยังกัดฟันสู้ไม่ถอย ซึ่งจากนี้ไปจะมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่มาพร้อมรูปลักษณ์สวยงามและเทคโนโลยีทันสมัย ออกมาตอบสนองความต้องการลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง
หลังจากการเปิดตัว “ครูซ” เก๋งคอมแพกต์รุ่นใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าสุดเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เชฟโรเลตเสริมทัพด้วยรถธง “แคปติวา ใหม่” หรือโฉมไมเนอร์เชนจ์ ซึ่งในช่วงแรกจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร จากนั้นช่วงปลายปี ถึงจะมีเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรตามมา (ย้ำว่า 2.0 ลิตร ไม่ใช่ 2.2 ลิตรอย่างที่หลายคนเข้าใจ)
ในรุ่นนี้อาจจะเรียกเป็น “บิ๊กไมเนอร์เชนจ์” ของ “แคปติวา” ก็คงไม่ผิด เพราะนอกจากหน้าตาที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของออปชัน และระบบขับเคลื่อนก็ปรับไปพอสมควร
โดยเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร แม้จะเป็นบล็อกเดิม แต่ปรับประสิทธิภาพและประสิทธิผลใหม่ พร้อมรองรับแก๊สโซฮอล์ อี85 (ใช้เบนซินล้วนๆ หรือเติมแก๊สโซฮอล์ อี10 อี20 อี 85 ได้หมด) ทั้งปั๊มแรงดันน้ำมัน หัวฉีด รวมถึงกล่องประมาวลผลอีซียู ถูกปรับจูนใหม่ สุดท้ายแล้วให้กำลังสูงสุด 168 แรงม้า (เดิม 142 แรงม้า)ที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 229 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด (เดิม 5 สปีด)
ช่วงล่างหน้าเป็นอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ขึ้น หลังมัลติลิงค์ 4 จุดยึด ซึ่งรวมๆถูกปรับให้มีเสถียรภาพ และหวังลดแรงสั่นสะเทือนให้น้อยลง ขณะที่รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า LSX และ LS จะใช้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ประกบยาง 235/60R17 ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ LT เป็น ล้ออัลลอยขนาด 18 ประกบยาง 235/55 R18 และตัวท็อป LTZ ใช้ล้ออัลลอยวงโต19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50 R19
ภายในเน้นความหรูหรา แต่ไม่หวือหวาไปกว่าเดิม ที่น่าสนใจคืออุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มมาให้ทุกรุ่นคือ เบรกมือไฟฟ้าและเครื่องเสียงเล่นวิทยุ ซีดี เอ็มพี3 พร้อมระบบเสียง 3 มิติ ช่องต่ออุปกรณ์ภายนอก AUX ในรุ่น LSX LS LT ส่วนรุ่น LTZ จะเพิ่มช่องต่อ USB พร้อมขับเสียงด้วยลำโพง 8 ตัว ขณะเดียวกันพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันในรุ่น LTZ จะจัดเต็มทั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ครูสคอนโทรล ปุ่มปรับแรงลมของเครื่องปรับอากาศ
ออปชันความปลอดภัยจัดเป็นมาตรฐานทั้ง ระบบช่วงล่างยกตัวอัตโนมัติ (Self-Levelizer) ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบเสริมแรงเบรกไฮโดรลิก (HBA) ระบบกระจายแรงเบรกอัตโนมัติ (EBD) และถุงลมนิรภัยคู่หน้า ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ LT และ LTZ จะเพิ่มม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (ARP) ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (Hill Start Assist) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control)
สำหรับการทดสอบ “แคปติวา ใหม่” ผู้เขียนได้ลองรุ่นท๊อป LTZ ราคา 1,580,000 บาท โดยเริ่มขับจากใจกลางเมือง แยกราชประสงค์ มุ่งทางด่วน-มอเตอร์เวย์ ตัดเข้าจังหวัดฉะเชิงเทรา เลี้ยวไปกบินทร์บุรี วังน้ำเขียว และไปสุดท้ายปลายทางที่โรงแรมแถวๆทางขึ้นเขาใหญ่ ระยะทางเกือบ 400 กิโลเมตร
สำหรับทริปนี้ นั่งกันไปเต็มคัน 4 คน(รวมผู้เขียน) ประการแรกพบว่า ทุกตำแหน่งนั่งสบาย ภายในโปร่งกว้าง เว้นเสียแต่จะมีผู้โดยสารเพิ่มและนั่งเบาะแถวสาม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อึดอัดแน่นอน และน่าจะเหมาะสำหรับเด็กน้อย กรณีเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ อย่างไรก็ตามถ้าไม่มีความจำเป็นใช้เบาะแถวที่ 3 ก็สามารถพับราบได้เรียบไปกับพื้นห้องโดยสาร และถือเป็นความอเนกประสงค์ที่ออกแบบให้ลงตัวกับการใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม
การเข้าออกภายในห้องโดยสารสะดวกสบาย ด้วยระยะต่ำสุดจากพื้นเพียง 200 มม. พร้อมบานประตูองศาเปิดกว้าง ขณะที่ตำแหน่งคนขับมองสภาวการณ์ภายนอกชัดเจน ตลอดจนปุ่มควบคุมต่างๆ รวมถึงหน้าจอทัชสกรีน 7 นิ้ว พร้อมระบบเนวิเกเตอร์ ใช้งานถนัดมือ
ด้านเบรกมือไฟฟ้าติดตั้งอยู่ใกล้ๆคันเกียร์สั่งงานง่ายเพียงใช้นิ้วงัด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่าของแคปติวา เพราะอย่าลืมว่าในรุ่นเริ่มต้น ขับเคลื่อน 2 ล้อ LS ราคา 1.198 ล้านบาท เชฟโรเลตก็มีมาให้เหมือนกัน
ส่วนระบบเสียง3 มิติ ต้องยอมรับว่าของเขาดีจริง ด้วยลำโพง 8 ตัว ที่จัดทิศทางเสียงให้ละเอียดคมชัดเหมือนนั่งอยู่ในสตูดิโอ หรือโอเปราเฮ้าส์ เพราะสามารถแยกเสียงเครื่องดนตรีเป็นชิ้นๆ หรือประมวลว่าเสียงมาจากทิศทางใกล้ไกล-ซ้ายขวา ซึ่งคุณภาพเสียงจะแจ่มสุดๆกรณีฟังเพลงจากแผ่นซีดี
ผู้เขียนขับไปฟังเพลงไปเพลินๆ แต่บางช่วงก็ลองปิดเครื่องเสียง หวังจับความเงียบภายในห้องโดยสาร ปรากฏว่า “แคปติวา ใหม่” ยังเก็บเสียงรบกวนต่างๆได้ดี ขณะที่การขับความเร็ว 100-120 กม./ชม.ยังไร้เสียงลมหวีดปะทะ รวมถึงเสียงยางHankook ขนาด235/50 R19 ไม่บดถนนดังน่ารำคาญ
ด้านช่วงล่างออกแนวนุ่มนวล ซับแรงสะทือนจากถนนขรุขระได้ดี ผู้โดยสารด้านหลังที่นั่งไปด้วยชมว่า นั่งนิ่มสบายตัว แต่กระนั้นถ้าขับทางตรงความเร็วเกิน 120 กม./ชม.ขึ้นไป จะรับรู้ถึงอาการโยนเด้งอยู่นิดหน่อย
แม้การขับทางตรงใช้ความเร็วสูง รถจะโยนตัวตามลอกคลื่นของถนนอยู่พอสมควร แต่เวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วระดับเดียวกัน “แคปติวา ใหม่” กลับไม่ได้โยกคลอนจนน่าเกลียด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ ยังช่วยให้รถทรงตัวนิ่งมั่นใจ ขณะที่การควบคุมผ่านพวงมาลัยน้ำหนักพอดีมือ แต่อาจมีระยะฟรีอยู่นิดๆตามสไตล์รถเอสยูวีครอบครัว ซึ่งไม่ถือเป็นจุดด้อยในความคิดของผู้เขียน
ขุมพลังเบนซิน 2.4 ลิตร 168 แรงม้า อัตราเร่งตอบสนองดีขึ้นกว่าโมเดลเดิมนิดหน่อย แต่อย่างไรแล้วก็ไม่ถึงกับเร็วทันใจนัก ยิ่งช่วงต้องการพลังหรือเร่งแซงกะทันหันจะมีจังหวะรออยู่นิดๆ ซึ่งเข้าใจว่านี่เป็นรถครอบครัวอเนกประสงค์ บุคลิกต่างๆก็อยู่ในระดับที่ควรจะเป็นคือ ขับสบาย นั่งเพลิน ไม่ต้องสปอร์ตจี๊ดจ๊าดไปไหน
อย่างไรก็ตามส่วนที่ต้องชม และเซ็ทมาได้อย่าลงตัวคงเป็นเรื่อง การส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบ่งถ่ายกำลังสู่ล้อคู่หน้า-หลังได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนระบบควบคุมการทรงตัว ESP ช่วยให้เอสยูวีคันโต ลุยผ่านทุกสภาพถนนได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในส่วนของอัตราบริโภคน้ำมันในทริปนี้ อาจจะขับโหด ผ่านขึ้นเขา – ลงเขา บางช่วงมีจอดนิ่งติดเครื่องเป็นระยะ สุดท้ายจอแสดงผลแจ้งไว้ 12.5 ลิตร/100 กม. หรือ 8 กม./ลิตร
รวบรัดตัดความ… “แคปติวา ใหม่” นั่งนิ่ม ขับสบาย พร้อมออปชันความสะดวก-ปลอดภัยครบครัน ซึ่งถือเป็นรถครอบครัวคันหรูที่ใช้ในชีวิตประจำวันก็ดี ขับขี่ไปต่างจังหวัดสุดสัปดาห์ก็ได้ แต่คงต้องทำใจกับอัตราบริโภคน้ำมันระดับเลขตัวเดียวในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินขับเคลื่อน 4 ล้อ…ส่วนใครรักชอบเครื่องยนต์ดีเซล ปลายปีนี้เจอกัน!
เชฟโรเลต มาลิบู
เป็นผลผลิตที่ค่อนข้างใหม่เพราะว่าเผยโฉมคันจริงให้เห็นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และเพิ่งจะเริ่มทำตลาดสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายปี ซึ่งทางเชฟโรเลต แบรนด์ดังในเครือจีเอ็มจัดการปรับทัพและแนวคิดของมาลิบูให้เป็นรถยนต์ World Car สำหรับขายทั่วโลกหลังจากหมกตัวขายอยู่ในบ้านตัวเองเท่านั้น
สิ่งที่ทางเชฟโรเลตมั่นใจว่ามาลิบูจะสามารถแข่งกับคัมรี่ได้ คือ การปรับปรุงในเรื่องงานออกแบบให้ดูลงตัวและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนลุคใหม่เหมือนกับครูซ, อาวีโอ และแคปติวา ส่วนราคาก็สตาร์ทที่ 21,975 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 659,000 บาท
แต่เชฟโรเลตก็มีรุ่นประหยัด ECO ซึ่งเป็นการใช้เครื่องยนต์ 2400 ซีซี พร้อมระบบ eAssist ซึ่งจะมีมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน เพื่อทำหน้าที่ชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บในระบบและส่งให้กับการใช้งานในส่วนต่างๆ ของตัวรถ เพื่อช่วยภาระให้กับเครื่องยนต์ และทำให้มีความประหยัดน้ำมันขึ้น
การประกวดร้องเพลง Chev Viriyah Singing Contest ครั้งที่ 1
การประกวดร้องเพลง “Chev Viriyah Singing Contest ครั้งที่ 1”
เชิญร่วมประกวดร้องเพลง เพื่อชิงเงินรางวัล พร้อมโล่ห์เกียรติยศ สมัครได้แล้ววันนี้ถึง 18 กันยายน 2554 ที่เชฟโรเลตวิริยะกรุ๊ปทุกสาขา
- ประเภทเยาวชน (ระดับชั้นประถมศึกษา)
- กิจกรรมศูนย์บริการเชฟโรเลต สาขาโพธิ์แก้ว
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประกวด
1.ประเภทการประกวด
- ประเภทเยาวชน
คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด
- เยาวชนชาย – หญิง
- อายุไม่เกิน 12 ปี ณ วันประกาศรับสมัคร
2.วัน เวลาการรับสมัครและการประกวด
- รับสมัคร ตั้งแต่ 15 สิงหาคม 2554 ไป ถึง วันที่ 10 กันยายน 2554 Download ใบสมัครได้ที่ www.chevroletviriyah.com และ http://facebook.com/chev.viriyah
- ส่งใบสมัครตัวจริงพร้อมแผ่น Demo ที่ เชฟโรเลต 4 สาขา ได้แก่ โพธิ์แก้ว, นวมินทร์, ศรีนครินทร์ และพัฒนาการโดยติดต่อ ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ หรือ ฝ่ายบุคคลประจำศูนย์บริการ- จัดประกวด ในวันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2554 และ เวลา 10.00-16.30 น. ณ ศูนย์บริการเชฟโรเลตสาขาโพธิ์แก้วแขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ
เอกสารที่ใช้ในการประกวด
(1) บัตรประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้าน(กรณีผู้ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน)
(2) รูปถ่าย ตามสไตล์ พอเห็นหน้าชัดเจน ขนาดโปสการ์ด การกรอกข้อความในใบสมัครควรกรอกข้อความในใบสมัครให้ชัดเจน ทั้งชื่อ-สกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้สะดวก
3.วิธีการประกวด
3.1 ให้ผู้เข้าประกวดร้องเพลง ไทยสากล หรือ เพลงสากล 1 เพลง ต่อ 1 รอบการประกวดกรณี ผู้เข้าประกวดได้รับทราบกำหนดการเข้าประกวดแล้วแต่ไม่สามารถเข้าประกวดได้ถือว่าสละสิทธิ์
3.2 ให้ผู้เข้าประกวดสามารถเตรียมไฟล์ดนตรีประกอบ (Audio) ที่ต้องการประกวด 2 เพลงทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดข้อขัดข้องในจังหวะการประกวด ผู้เข้าประกวดควรส่งมอบไฟล์ดนตรี (ทั้ง 2 เพลง) คือรอบแรกและเพลงในรอบชนะเลิศ ก่อนถึงวันประกวดอย่างน้อย 3 วัน
3.3 ให้ผู้เข้าประกวดมารายงานตัวในบริเวณสถานที่จัดงาน เวลา 9.00 น. ก่อนการเริ่มการประกวด
4.รางวัลในการประกวดได้รับโล่ห์รางวัล และเงินรางวัล
4.1 รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 10,000 พร้อมโล่ห์รางวัล
4.2 รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เงินรางวัล 7,000 พร้อมประกาศนียบัตร
4.3 รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง เงินรางวัล 5,000 พร้อมประกาศนียบัตร
4.4 รางวัลชมเชย 2 รางวัลๆละ 2,000 พร้อม ประกาศนียบัตร
5.การตัดสินการประกวดผลการพิจารณาของคณะกรรมการตัดสินการประกวด ถือเป็นที่สุด
6. เงื่อนไขอื่นๆ
หลักเกณฑ์ใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในนี้ ถือว่าไม่ใช้กติกาบังคับ การประกวดเน้นความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน เน้นความอิสระและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าประกวดที่จะกระทำได้ (สิ่งใดที่มิได้ห้ามไว้ถือว่าทำได้)
7. ผู้ประสานงาน
- คุณมนัสนันท์ รูปทรง
- คุณอณิมา บุญเต็ม
โทร. 02- 6450510-39 ต่อ 1612 มือถือ 084-0887032 และ 086-8108246
Mail : crm@chevvgroup.com
8.การประชาสัมพันธ์ความเคลื่อนไหวของการจัดประกวด และข่าวสารต่างๆสามารถติดตามได้ที่ www.chevroletviriyah.com และ http://facebook.com/chev.viriyah
เชื่อมั่น…เชฟโรเลตครูซคือรถยอดนิยมในเดือนมิถุนายน
ตลาดรถยนต์ขนาดเล็กเพิ่มมากถึง 19.5% ในปี 2554 นี้ ซึ่งมีรถยนต์หลายค่ายเป็นผู้นำตลาด เชฟโรเลตครูซ, ฟอร์ดโฟกัส, ฮุนไดอีแลนต้า และ Volkswagen Jetta. เชฟโรเลตครูซนำเชฟโรเลตมาลิบู และฟอร์ดโฟกัส ในเดือนมิถุนายน จนกว่าโตโยต้าจะสามารถดำเนินการผลิตเต็มกำลังปลายปี 2554
ฟอร์ดฟิวชั่น, ฮุนไดอีแลนต้า และ นิสสันอัสติมายังเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อในเดือนนี้, และทั้งหมดมียอดขายสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงรถกระบะยังคงขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเชฟโรเลต
Model June 2011 2011 year-to-date
1 Ford F-Series 49,618 264,079
2 Chevrolet Silverado 32,579 182,785
3 Chevrolet Cruze 24,896 122,972
4 Chevrolet Malibu 23,737 122,783
5 Ford Escape 22,274 122,607
6 Ford Focus 21,385 98,024
7 Toyota Camry 21,375 147,469
8 Dodge Ram 21,362 111,898
9 Ford Fusion 20,808 131,686
10 Hyundai Elantra 19,992 103,301
11 Nissan Altima 19,534 131,842
12 Toyota Corolla 18,872 136,747
13 Hyundai Sonata 18,644 115,014
14 Chevrolet Equinox 17,954 95,838
15 Honda Civic 17,485 127,571
16 Volkswagen Jetta 17,105 91,751
17 Chevrolet Impala 16,325 103,644
18 Honda Accord 15,712 127,105
19 Honda CR-V 15,493 110,916
20 GMC Sierra 12,377 67,598
New Colorado Rally Concept
ยังแรงต่อเนื่องมาจากต้นปี 2011 ในการสร้างกระแสและความเคลื่อนไหวในตลาดปิกอัพให้กับโคโลราโดใหม่ เพราะทิ้งระยะจากการเปิดตัวต้นแบบที่เป็นโฉมใหม่ของโคโลราโดใหม่ได้เพียงไม่กี่เดือน ทางด้านเชฟโรเลตก็เผยโฉมต้นแบบอีกเวอร์ชันของปิกอัพรุ่นนี้ โดยคราวนี้เน้นการยกสูงในแบบ 4X4 ด้วยต้นแบบที่เชื่อว่า Rally Concept แต่งพร้อมลุยทางวิบาก
ไอเรสต์ มอเตอร์โชว์ ที่ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งถือเป็นอีกตลาดใหญ่สำหรับปิกอัพในแถบละตินอเมริกาของเชฟโรเลต
“ปิกอัพทั้ง 2 คันที่ถูกจัดแสดงออกมามีกลิ่นอาย และแฝงด้วยสิ่งที่ถือเป็นรุ่นจำหน่ายจริงของปิกอัพขนาดกลางโฉมใหม่ของเชฟโรเลต ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญ และถูกส่งขายในตลาดทั่วโลก อย่างเช่น ในบราซิล ซึ่งที่นี่ ปิกอัพของเชฟโรเลตครองความป็นหนึ่งมานานถึง 16 ปีติดต่อกัน ด้วยยอดขายสูงสุด” Brad Merkel ผู้บริหารระดับสูงของจีเอ็มที่ดูแลในส่วนของผลิตภัณฑ์ของจีเอ็มที่ขายอยู่ในตลาดทั่วโลกกล่าว
รุ่นแรกที่ถูกเปิดตัวเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2011 ที่ประเทศไทย โดยมีการเสริมความดุดันตามแบบฉบับตัวแข่งแรลลี่แบบครอสคันทรี่ ไม่ว่าจะเป็นล้อขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Mud-Terrain ขนาด 305/60R18, รูฟแร็ค และโรลล์-บาร์
ที่เป็นคู่แข่งของเชฟโรเลตเริ่มเปิดเผยรายละเอียดของตัวถังอื่นๆ ออกมา ทางด้านเชฟโรเลตก็ยังมีจัดแสดงเพียงตัวถังเดียวในแบบ 4 ประตู และในต้นแบบรุ่นนี้ก็มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 4 สูบ 2800 ซีซี เทอร์โบ ที่ไม่ได้มีการระบุและบอกกล่าวจำนวนแรงม้าและแรงบิดที่ชัดเจน บอกแต่ว่ามีเพียบ เพื่อรับมือกับการใช้งานบนทางวิบาก
50 มิลลิเมตร พร้อมโช้กอัพที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานของรถแข่ง และติดตั้งวินซ์แบบซ่อนอยู่ด้านหลังกันชน มีขนาด 5.5 แรงม้า พร้อมสายเคเบิลที่มีความยาว 23 เมตร เพื่อใช้งานหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ส่วนหน้าตาของเชฟโรเลต โคโลราโดใหม่คันจริงจะเป็นอย่างไร และเปลี่ยนแปลงไปจากนี้อีกสักแค่ไหน อดใจรอกันได้อีกไม่นาน ปลายปีนี้ตลาดเมืองไทยได้สัมผัสแน่นอน
สนใจติดต่อฝ่ายขายเฉพาะที่ เชฟโรเลตวิริยะ
โคโลราโด โฮลเด้นท์ อดใจรอปี 2012
โคโลราโด โฮลเด้นท์ คริว แคป เปิดตัวในออสเตรเลีย ซึ่งออกแบบและสร้างในประเทศออสเตรเลีย มีการออกแบบด้านหน้า กันชน และใช้หลอด LED ด้านหน้า ด้านท้าย และไฟหน้าด้านล่าง รวมทั้งล้ออัลลอยด์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่นี้กล้าพูดได้เต็มปากว่าประหยัดน้ำมันสุดๆ อุปกรณ์ตกแต้งภายในเป็นเบาะหนังสีฟ้า ลายเรียบ
เชฟโรเลต แคปติวา ใหม่
เปิดตัว “แคปติวา ใหม่” ซึ่งถือเป็นบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ของเอสยูวีรุ่นดัง มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รองรับน้ำมันแก็สโซฮอล์ อี85 แคปติวา ใหม่ ปรับแต่งให้ดูสมบุกสมบันมากขึ้น รองรับกับล้ออัลลอยขนาดใหญ่ถึง 19 นิ้วในรุ่น LTZ พร้อมยาง 235/50 R19 ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วในรุ่น LT พร้อมยาง 235/55 R18 และขนาด 17 นิ้วในรุ่น LSX และ LS พร้อมยาง 235/60R17 ส่วนภายในห้องโดยสารของแคปติวา ใหม่ ผสมผสานความอเนกประสงค์ และความสะดวกสบาย พร้อมกับใช้วัสดุสีโทนสว่างอย่างเมทัลลิก เบาะที่นั่งหุ้มหนัง ด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ขณะที่แผงคอนโซลหน้าออกแบบเน้นความทันสมัย หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ดูหนังฟังเพลง ตลอดจนบอกข้อมูลการขับขี่ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น LTZ ด้านล่างของจอได้รับติดตั้งสวิทช์ต่างๆ และนาฬิกาบอกเวลาทรงกลม ด้านพวงมาลัย 4 ก้านแบบมัลติฟังก์ชั่นซึ่งผู้ขับขี่สามารถควบคุมระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ ระบบเครื่องเสียง และระบบปรับอากาศ ด้านเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 2.4 ลิตร DOHC พร้อมระบบ Double CVC หรือแคมชาฟท์แปรผันคู่ต่อเนื่อง ที่สามารถปรับเปลี่ยนท่อไอดีและไอเสียได้ตามรอบเครื่องยนต์ ให้กำลังสูงสุด 168 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 229 นิวตัน-เมตรที่ 4,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Driver Shift Control (DSC) ให้ผู้ขับเปลี่ยนเกียร์ได้เองแบบเกียร์ธรรมดา ราคา 1.198-1.580 ล้านบาท ลองดูที่เว็บไซต์ http://www.chevroletviriyah.com
Chevrolet Cruze WTCC รถแข่งเจ้าของแชมป์ WTCC – World Touring Car Championship ปีล่าสุด
ชมภาพ อีวาน มุลเลอร์ นักแข่งแชมป์โลกปีล่าสุด และรถแข่งต้นแบบ เชฟโรเลต ครูซ เวิลด์ ทัวริ่งคาร์ แชมเปี้ยนชิพ (WTCC-World Touring Car Championship) พร้อมด้วยความน่ารักและสดใสของสาวสวยที่มาสร้างสีสันได้ตลอดงาน
ตัวแรง! Chevrolet Cruze WTCC รถแข่งรายการ World Touring Car Championship ที่ได้รับการปรับแต่งตัวถังพร้อมโครงสร้าง สมรรถนะ และรูปโฉมตามที่เห็นในภาพ เต็มตากับการพัฒนาสมรรถนะ และชุดแต่งภายนอกจาก เชฟโรเลต ครูซ รุ่นปกติ ให้กลายเป็นรถแข่งสุดร้อนแรงระดับ 300 แรงม้า ที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้อย่างยิ่งใหญ่ Chevrolet Cruze WTCC สามารถคว้าแชมป์โลก เวิลด์ ทัวริ่งคาร์ แชมเปี้ยนชิพ ปีล่าสุด ซึ่ง เชฟโรเลต ครูซ เวอร์ชั่นตัวแข่งแชมป์โลกนี้ ได้รับการพัฒนาจาก เชฟโรเลต ครูซ รุ่นปกติ เพิ่มความแรงทั้งในด้านสมรรถนะ และชุดแต่งรอบคัน จนมีพละกำลังสุดเหนือกว่ารถรุ่นอื่นในสนามแข่ง
แม้จะคว้าถึง 2 รางวัลในตำแหน่งชนะเลิศเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ทีมวิศวกรที่พัฒนารถแข่ง Chevrolet Cruze WTCC ของยุโรปยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าปรับปรุงเพิ่มเติมความแรงของตัวรถอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นคือการรักษาตำแหน่งแชมป์ในฤดูกาล 2011 ที่จะเริ่มต้นขึ้นในเร็ววันนี้เอาไว้ให้ได้ ความตื่นเต้นเร้าใจของรายการแข่งรถทางเรียบ WTCC-World Touring Car Championship มีความแตกต่างจากการแข่งขันรถ F1 หรือรายการแรลลี่ชิงแชมป์โลกอย่าง WRC ตรงที่รถแข่งที่ใช้ในการแข่งขัน WTCC นั้น
ความตื่นเต้นเร้าใจของรายการแข่งรถทางเรียบ WTCC-World Touring Car Championship มีความแตกต่างจากการแข่งขันรถ F1 หรือรายการแรลลี่ชิงแชมป์โลกอย่าง WRC ตรงที่รถแข่งที่ใช้ในการแข่งขัน WTCC นั้น มีความใกล้ชิดหรือแทบจะเหมือนกันกับรถยนต์ทั่วๆ ไป ที่ผู้คนสามารถสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงสภาพของการขับที่ดุเด็ดเผ็ดร้อนชนิดบี้กันติดๆ บนแทร็คทางเรียบในสนามแข่งแบบเซอร์กิต รถแข่งทุกคันแทบจะไม่มีความได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันมากนักจากกฎข้อบังคับอันเข้มงวดของ FIA สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือการบดบี้ชนิดเอาชนะกันเพียงเสี้ยววินาทีที่ก่อให้เกิดความตื่นเต้นระทึกใจในการรับชมของเหล่าบรรดาแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ต
รูปทรงภายนอกที่ดูอวบอ้วนบึกบึนของ Chevrolet Cruze WTCC รวมถึงสีฟ้าสดใสคาด Logo สีทองของทีมแข่ง Chevrolet ได้รับการออกแบบใหม่หมดทั้งคัน จากฝีมือของดีไซเนอร์ชื่อดัง ณอง-ปอล วานัฟ แห่งสถาบันการออกแบบอัลทราดีไซน์ โดยใช้พื้นฐานทั้งหมดจากตัวรถ Chevrolet Cruze รุ่นปี 2010 วานัฟ ใช้การตกแต่งเพิ่มเติมความดุดันให้สมกับเป็นรถที่มีสมรรถนะสูงกว่าปกติ โป่งบริเวณซุ้มล้อหลังถูกขยายใหญ่ขึ้น การใช้โทนสีฟ้าแล้วลดโทนสีขาวลง เติมสีดำเล็กน้อยของชิ้นส่วนที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ กับลวดลายธงชาติของนักขับในทีมที่จะย้ายจากฝากระโปรงหน้าไปแปะไว้บนหลังคา ทำให้ฝาหน้ามีพื้นที่เหลือพอสำหรับโลโก้สีทอง บนตัวถังสีฟ้าอมน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของค่าย Chevrolet
รถแข่ง Chevrolet Cruze WTCC ที่จะลงสนามเพื่อการรักษาตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับและผู้ผลิตในการชิงชัยถึง 12 สนามแข่งทั่วโลกของรายการ WTCC-World Touring Car Championship ในฤดูกาลแข่งขันของปี 2011 จะใช้เครื่องยนต์ตัวใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์ตัวนี้เป็นเครื่องแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ปริมาตรความจุ 16 ลิตร ติดตั้งระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเดี่ยว เครื่องยนต์ถูกวางตามขวางด้านหน้า-ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า ให้กำลัง 310 แรงม้า บนแรงบิดสูงสุดที่ 320 นิวตัน-เมตร ระบบส่งกำลังใช้เกียร์รถแข่งที่มีความแข็งแกร่งทนทานแบบซีเควนเชียล 6 สปีด ให้ความรวดเร็วในการปรับเปลี่ยนอัตราทดขึ้น-ลงเพียงเสี้ยวของวินาที
ตัวถังภายนอกของ Chevrolet Cruze World Touring Car Championship ถูกรื้อออกทั้งหมดเพื่อทำการเพิ่มเติมเชื่อมต่อจุดยึดต่างๆ ของตัวถังให้มั่นคงแข็งแรง สามารถรับแรงบิดในทางโค้งได้มากกว่ารถปกติ โครงรถทำจากเหล็กกล้า ตกแต่งด้วยการพ่นสีฟ้าของทีมแข่ง Cruze พร้อมด้วยชุดแต่งแอร์โรพาร์ทรอบคัน ที่ผ่านการทดสอบอย่างหนักในด้านอากาศพลศาสตร์ ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท ส่วนด้านหลังเป็นคานบิด Tariling Twist Axle ล้ออลูมินัมอัลลอยขนาด 17 นิ้วทั้งสี่ล้อถูกพ่นด้วยสีขาว ห่อรัดเอาไว้ด้วยยางซิ่งคุณภาพสูงของ Yogohama ไซล์ 240/640/17 ซึ่งเป็นยางที่ใช้งานในสนามแข่งขันแบบเซอร์กิต ระบบห้ามล้อด้านหน้าใช้ดิสเบรคพร้อมกับคาร์ลิปเปอร์เบรคแบบสี่สไลส์ลูกสูบของ Alcon แต่ประทับตราบนคาร์ลิปเปอร์เป็นของ Chevrolet จานเบรคหน้าขนาด 332 มิลลิเมตรมีร่องระบายความร้อน ส่วนเบรคหลังก็ยังคงเป็นจานดิสเบรคขนาด 280 มิลลิเมตร ประกบด้วยคาร์ลิปเปอร์อลูมิเนียม 2 สไลส์ลูกสูบ
มิติตัวถังของเจ้ารถแข่งคันแรง Cruze WTCC จะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นปกติทั้งความกว้างและความยาว ส่วนความสูงจะถูกลดลงมากกว่า เนื่องจากต้องลดค่าสัมประสิทธิแรงต้านทานของอากาศ ฐานล้อมีความกว้างถึง 2,709 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มอัตราการยึดเกาะกับผิวแทร็คในระดับสูงสุดเมื่อวิ่งด้วยความเร็วกว่า 268 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนทางตรงยาวๆ น้ำหนักตัวรถทั้งคันจะอยู่ที่ 1,150 กิโลกรัม เป็นน้ำหนักตามมาตรฐานของกฎกติกาการแข่งขันในรายการนี้
ทีมแข่งของ Chevrolet Cruze WTCC ประกอบไปด้วยนักขับจำนวน 3 คน โดยเริ่มจาก Yvan Muller ชาวฝรั่งเศสจะขับรถแข่ง Cruze WTCC แปะหมายเลข 1 ตามกฎของผู้ที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศประจำปี รถแข่ง Cruze WTCC คันที่สองจะถูกขับขี่โดย Robert Huff นักขับชาวอังกฤษกับรถ Cruze WTCC ที่แปะสติกเกอร์หมายเลข 2 ส่วนนักขับคนสุดท้าย Alan Menu ชาวสวิสจะใช้รถ Cruze WTCC หมายเลข 8 อันถือได้ว่าเป็นหมายเลขนำโชคของ Mr Louis Chevrolet ซึ่งเป็นคนอเมริกันที่เกิดในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในโอกาสที่บริษัท Chevrolet จะมีอายุครบ 100 ปีเต็มจากการก่อตั้งเมื่อปี 1911 เวียนมาครบรอบในปี 2011 นี้ สำหรับผู้สนใจ สามารต่อต่อฝ่ายขาย เชฟโรเลต วิริยะ ได้ทุกสาขา
Chevrolet Cruze WTCC Specifications
เครื่องยนต์ 16 ลิตร 4 สูบแถวเรียง
วาว์ล 4 วาล์วต่อสูบ=16วาล์ว
ขนาดวาล์ว วาล์ไอดีขนาด 34 มิลลิเมตร วาล์วไอเสียขนาด 28 มิลลิเมตร
ระบบไอดี เทอร์โบชาร์จเดี่ยว อัดอกาศเข้าท่อร่วมไอดีขนาดใหญ่ พร้อมปากแตรดูดอากาศ
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดตรงแบบไดเรคอินเจคชั่น
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,600 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด 11:1
แรงม้าสูงสุด 310 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร (ไม่เปิดเผย)
ความเร็วสูงสุด ประมาณ 268 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบเกียร์ 6 สปีดแบบซีเควนเชียล
โครงสร้างตัวถัง เหล็กกล้าพร้อมชุดแอร์โรพาร์ท ตามกฎของ FIA
โครงสร้างเฟรม โครงสร้างเหล็กกล้าชิ้นเดียว พร้อมโรล์เคจรอบคัน
ช่วงล่างด้านหน้า แม็คเฟอร์สัน สตรัท
ช่วงล่างด้านหลัง คายบิด Triling Twist Axle
ล้อและยาง อัลลอยขนาด 17 นิ้ว ยาง Yogohama ADVAN Racing ขนาด 240/640/17
เบรคหน้า ดิสเบรคพร้อมกับคาร์ลิปเปอร์เบรคแบบสี่สไลส์ลูกสูบของ Alcon จานเบรคขนาด 332 มิลลิเมตร
เบรคหลัง ดิสเบรคพร้อมกับคาร์ลิปเปอร์เบรคแบบ 2สไลส์ลูกสูบ จานเบรคขนาด 280 มิลลิเมตร
มิติตัวถัง
ระยะฐานล้อ 2,709 มิลลิเมตร
ความยาว 4,633 มิลลิเมตร
ความกว้าง 1,852 มิลลิเมตร
ความสูง 1,400 มิลลิเมตร
ฐานล้อหน้า 1,740 มิลลิเมตร
ฐานล้อหลัง 1,740 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง 60 ลิตร
น้ำหนักตัวรถ 60 ลิตร
ราคา ประมาณ 86 ล้านบาทต่อคัน



















































































